หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน (หลักสูตรนานาชาติ)

เปิดรับนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2564 (ระบบรับตรงโดยคณะ)

ช่องทางการรับสมัคร: https://la.mahidol.ac.th/th/ba-chinese
วันที่รับสมัคร: วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 ถึงวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2564
วันที่ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์: วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
วันที่สอบสัมภาษณ์: วันพุธที่ 14 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 – 12.00 น. (ออนไลน์ผ่านระบบ Zoom หรือ Webex)
วันที่ประกาศผลการสอบสัมภาษณ์: วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

 

แผนการศึกษา

โครงสร้างหลักสูตร

คุณสมบัติผู้สมัคร

จุดเด่นของหลักสูตร

ผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน (หลักสูตรนานาชาติ) สามารถเลือกแผนการศึกษาที่ตนสนใจได้ หลักสูตรประกอบด้วยแผนการศึกษา 3 แผน ได้แก่

  1. Plan A เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ 4 ปี ได้รับ 1 ปริญญา คือ ศศ.บ.ภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยมหิดล
  2. Plan B1 เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ 2 ปี เรียนที่ Shanghai Jiao Tong University(อันดับที่ 47ของโลก จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings 2021) 2 ปี ได้รับ 2 ปริญญา คือ ศศ.บ.ภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยมหิดล และ B.A. in Chinese Language and Culture จาก Shanghai Jiao Tong University: SJTU
  3. Plan B2 เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ 2 ปี เรียนที่ Shanghai Jiao Tong University2 ปี ได้รับ 2 ปริญญาคือ ศศ.บ.ภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยมหิดล และ B.A. in Business Chinese จาก Shanghai Jiao Tong University: SJTU
หมวดวิชา

แผน A

(หน่วยกิต)

แผน B1

(หน่วยกิต)

แผน B2

(หน่วยกิต)

1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 30 30 30

2. หมวดวิชาเฉพาะ

2.1 วิชาแกน

2.2 วิชาบังคับ

2.3 วิชาบังคับเลือก

110

32

60

18

140

32

84

24

143

32

94

17

3. วิชาเลือกเสรี 6 6 6
จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร 146 176 179

คุณสมบัติของผู้สมัคร

  1. ผู้สมัครจะต้องไม่เป็นผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 ในสถาบันใด ๆ มาก่อนทั้งสิ้น
  2. สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  3. มีคะแนนสอบ HSK หรือ PAT 7.4 อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
  • มีคะแนน HSK4 180 คะแนนขึ้นไป หรือหากมีคะแนน HSK3 240 คะแนนขึ้นไป ต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาจีนที่คณะศิลปศาสตร์จัดให้ ก่อนเปิดภาคการศึกษา
  • มีคะแนน PAT 7.4150 คะแนนขึ้นไป หรือหากมีคะแนนระหว่าง 120-149 คะแนน ต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาจีนที่คณะศิลปศาสตร์จัดให้ ก่อนเปิดภาคการศึกษา
  1. มีคะแนน TOEIC 500 คะแนนขึ้นไป หรือ MU-ELT 69 คะแนนขึ้นไปหากมีคะแนนไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษดังกล่าว ต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาอังกฤษที่คณะ ศิลปศาสตร์จัดให้ ก่อนเปิดภาคการศึกษา
  1. หลักสูตรมีแผนการศึกษา 3 แผน และนักศึกษาสามารถเลือกเรียนแผนการศึกษาที่ตนสนใจได้
  2. หลักสูตรมีรายวิชาที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะภาษาจีนระดับสูง ทันสมัย และสามารถใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง เช่น การแปลภาษาจีน การแปลล่ามภาษาจีน ภาษาจีนในธุรกิจออนไลน์ ภาษาจีนสำหรับการค้าระหว่างประเทศ การสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศ เป็นต้น
  3. หลักสูตรมีรายวิชาที่แสดงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล คือ ภาษาจีนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์
  4. หลักสูตรกำหนดให้ HSK6 180 คะแนน หรือเทียบเท่า เป็นเงื่อนไขของการจบการศึกษา

หลักฐานการรับสมัคร

  1. ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาหรือใบแสดงผลการศึกษา (transcript) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ใบแสดงผลการสอบ HSK4 หรือ HSK3 หรือ PAT 7.4
  3. ใบแสดงผลการสอบTOEICหรือ MU-ELT
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  1. www.la.mahdol.ac.th
  2. FB: mahidol university, faculty of liberal arts
  3. FB: @admission.lamu

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

งานการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้   โทร.02-4414401

e-mail: lamueducation2021@gmail.com

 

อาจารย์ ดร.ยุวดี ถิรธราดล โทร. 086-6846027

ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน (นานาชาติ)

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรับสมัครรอบไหนของระบบ TCAS บ้าง และเปิดรับรอบละกี่คน

ในปีการศึกษา 2564 หลักสูตรฯ จะเปิดรับตรงโดยคณะศิลปศาสตร์ จำนวนประมาณ 30 คน

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครเข้าเรียนมีอะไรบ้าง

คำตอบ: คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครเรียนมีดังนี้

  1. ต้องจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  2. ต้องมีคะแนนภาษาจีน HSK หรือ Pat 7.4 อย่างใดอย่างหนึ่ง หากยื่นคะแนน HSK จะต้องเป็น HSK4 ที่ 180 คะแนนขึ้นไป หรือหากยื่นคะแนน HSK3 จะต้องมีคะแนนที่ 240 คะแนนขึ้นไป แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ที่ยื่นคะแนน HSK3 ที่ 240 คะแนนขึ้นไป จะต้องเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมด้านภาษาจีนที่คณะศิลปศาสตร์จัดให้ก่อนเปิดเรียน หรือหากไม่ยื่นคะแนน HSK ก็สามารถยื่นคะแนน Pat 7.4 ได้ ที่คะแนน 150 คะแนนขึ้นไป แต่หากผู้ที่ยื่นคะแนน Pat 7.4 มีคะแนนระหว่าง 120-149 คะแนน ก็สามารถยื่นได้ โดยมีเงื่อนไขจะต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมภาษาจีนที่คณะศิลปศาสตร์จัดให้ก่อนเปิดเรียน
  3. จะต้องมีคะแนน TOEIC ที่ 500 คะแนนขึ้นไป หรือมีคะแนนภาษาอังกฤษ MU- ELT ที่ 69 คะแนนขึ้นไป หากผู้สมัครไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษมายื่นหรือมีคะแนนภาษาอังกฤษน้อยกว่าที่กำหนดก็จำเป็นจะต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษที่คณะศิลปศาสตร์จัดเตรียมให้ก่อนเปิดเรียน
นักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างประเทศสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนี้ได้หรือไม่ และมีเกณฑ์การรับสมัครเพื่อเข้าศึกษาอย่างไร

เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรนานาชาติ จึงรับสมัครทั้งนักเรียนชาวไทยและนักเรียนชาวต่างชาติ ก็คือ International Students ทั้งนี้ใช้เกณฑ์และคุณสมบัติเดียวกับนักเรียนชาวไทย คือต้องจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และต้องยื่นคะแนนภาษาจีนและคะแนนภาษาอังกฤษ

ผู้ที่ต้องการสมัครเข้าเรียนสามารถสมัครได้ทางช่องทางใดบ้าง

คณะศิลปศาสตร์จะเปิดรับตรง โดยผู้สมัครสามารถสมัครและยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ระบุไว้ทาง www.la.mahahidol.ac.th ได้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม 2564

หลักสูตรนี้มีความแตกต่างจากหลักสูตรภาษาจีนของสถาบันอื่นอย่างไร

คำตอบ: หลักสูตรนี้มีความแตกต่างจากหลักสูตรภาษาจีนของสถาบันอื่น ดังนี้

  1. เป็นหลักสูตรนานาชาติที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และมีแผนการศึกษาให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจและความสามารถ 3 แผนการศึกษา
  2. หลักสูตรมีรายวิชาที่เน้นการฝึกทักษะภาษาจีนระดับสูง รายวิชามีความทันสมัย สามารถตอบโจทย์การทำงานในอนาคตได้จริง เช่น วิชาการแปลภาษาจีน การแปลล่ามภาษาจีน ภาษาจีนในธุรกิจออนไลน์ ภาษาจีนสำหรับการค้าระหว่างประเทศ การสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิชาที่แสดงอัตลักษณ์ของความเป็นมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย ก็คือ วิชาภาษาจีนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์
  3. หลักสูตรกำหนดให้ HSK6 หรือเทียบเท่าเป็นเงื่อนไขของการจบการศึกษาของหลักสูตรนี้ ซึ่งเป็นการแสดงมาตรฐานของบัณฑิตในด้านทักษะภาษาจีนระดับสูง และมีความพร้อมที่จะศึกษาต่อในประเทศจีนหรือในสถาบันที่กำหนดให้ยื่นคะแนน HSK
หลักสูตรนี้เรียนอะไรบ้าง

หลักสูตรฯ ภาษาจีน นอกจากจะเรียนรายวิชาที่พัฒนาทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน และการแปลภาษาจีนแล้ว นักศึกษายังได้เรียนรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา วรรณคดี และภูมิปัญญาของจีน ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีความรู้ที่ครอบคลุมครบถ้วน ทำให้เข้าใจบริบทและมิติต่างๆ ของจีน และส่งผลให้สามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาจีนและจีนศึกษาแล้ว นักศึกษาจำเป็นต้องเรียนรายวิชาในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มวิชาที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานหรือศึกษาต่อในอนาคต อันประกอบด้วย       วิชาภาษาอังกฤษ วิชาในกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตลอดจนวิชาในกลุ่มสุขภาพและนัทนาการ และหากนักศึกษามีความสนใจที่จะเรียนรายวิชาใดๆ นอกหลักสูตร ก็สามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใน ในฐานะวิชาเลือกเสรีได้ด้วย

หลักสูตรนี้มีแผนการศึกษาทั้งหมดกี่แผน อย่างไรบ้าง

คำตอบ: มี 3 แผนการศึกษา ได้แก่

  • แผนการศึกษาที่ 1 หรือ Plan A เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 4 ปี ได้รับปริญญา 1 ใบ คือ B.A. in Chinese จากมหาวิทยาลัยมหิดล
  • แผนการศึกษาที่ 2 หรือ Plan B1 เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 2 ปี คือชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 4 อีก 2 ปี คือชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 ไปเรียนที่ Shanghai Jiao Tong University

ผู้ที่เลือกเรียน Plan B1 จะได้รับ 2 ปริญญา คือ B.A. in Chinese จากมหาวิทยาลัยมหิดล และ B.A. in Chinese Language and Culture จาก Shanghai Jiao Tong University

  • แผนการศึกษาที่ 3 หรือ Plan B2 เรียนที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 2 ปี คือชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 4 อีก 2 ปี คือชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 ไปเรียนที่ Shanghai Jiao Tong University

ผู้ที่เลือกเรียน Plan B2 จะได้รับ 2 ปริญญา คือ B.A. in Chinese จากมหาวิทยาลัยมหิดล และ B.A. in Business Chinese จาก Shanghai Jiao Tong University

หลักสูตรมีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรกี่ปี
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตร 4 ปี ทั้ง 3 แผนการศึกษา
หลักสูตรนี้จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอะไร

เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรนานาชาติ เพราะฉะนั้นภาษาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน จะใช้สองภาษาก็คือ ภาษาอังกฤษกับภาษาจีน โดยในรายวิชาหมวดวิชาศึกษาทั่วไป จะใช้ภาษาอังกฤษเรียนทั้งหมด ส่วนรายวิชาที่เป็นรายวิชาเฉพาะก็คือวิชาภาษาจีน ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาจีนในการจัดเรียนการสอน ยกเว้นในบางบริบท ที่นักศึกษามีข้อจำกัดในเรื่องการใช้ภาษาจีน เราก็จะใช้ภาษาอังกฤษร่วมด้วย เพราะฉะนั้นการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้จะใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษควบคู่กันไป

นักศึกษาจะได้เรียนกับอาจารย์ที่เป็นเจ้าของภาษาหรือไม่

หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรภาษาจีน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในภาษาต่างประเทศ การพัฒนาทักษะจึงจำเป็นต้องอาศัยเจ้าของภาษา เพราะฉะนั้นนักศึกษาจะได้เรียนกับเจ้าของภาษาก็คือชาวจีนทุกภาคการศึกษาอย่างแน่นอน ไม่ว่านักศึกษาจะเลือกเรียนแผนการศึกษาใด เนื่องจากหลักสูตรมีผู้เชี่ยวชาญชาวจีนประจำอยู่  และหลักสูตรยังมีความร่วมมือกับ Shanghai Jiao Tong University และ Beijing Language and Culture University ในของการแลกเปลี่ยนอาจารย์เพื่อมาจัดการเรียนการสอนภาษาจีนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนการศึกษา B1 และ B2 ซึ่งนักศึกษาจะต้องไปเรียนที่ SJTU เป็นเวลา 2 ปี คือ ชั้นปีที่ 2-3 นักศึกษาจะได้เรียนกับเจ้าของภาษาทุกรายวิชา และได้มีโอกาสใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาภาษาจีนและได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนมากยิ่งขึ้นด้วย

หลักสูตรมีทุนแลกเปลี่ยนหรือไม่ อย่างไร

สำหรับทุนแลกเปลี่ยนที่มีจะเป็นทุนการศึกษาที่ไปแลกเปลี่ยนยังต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้

  • ทุนระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาสามารถยื่นเสนอเพื่อขอรับทุนได้ตามเงื่อนไขของประกาศมหาวิทยาลัย ได้แก่ ทุน Mobility
  • ทุนระดับหลักสูตร เนื่องจากหลักสูตรมีความร่วมมือในการจัดหลักสูตรสองปริญญากับ Shanghai Jiao Tong University ดังนั้น ทาง SJTU จึงเสนอให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาในแผน B1 และ B2 ที่มีผลการเรียนดีและเป็นไปตามเงื่อนไข โดยจะให้ทุนขณะที่เรียนอยู่ที่ SJTU
หลักสูตรมีแนวทางการดูแลนักศึกษาที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศอย่างไร อาทิเช่น เรื่องที่พักและความเป็นอยู่ของนักศึกษา

สำหรับนักศึกษาที่ไปศึกษาต่อที่ Shanghai Jiao Tong University เป็นเวลา 2 ปี (นักศึกษาที่เลือกแผนการศึกษา B1 และแผนการศึกษา B2) ทาง SJTU จะมีหน่วยงานที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ ชื่อว่า International Students Center ซึ่งจะมีผู้ที่ได้รับการมอบหมายให้ดูแลนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ให้กับนักศึกษาโดยเฉพาะ

สำหรับหอพัก เนื่องจาก SJTU มีจำนวนหอพักภายในมหาวิทยาลัยที่จำกัด อย่างไรก็ตาม SJTU มีหอพักที่เป็นคู่ความร่วมมืออยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นหอพักที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย มีความปลอดภัยสูง สามารถเดินทางโดยใช้รถไฟใต้ดินหรือรถโดยสารประจำทางได้อย่างสะดวก ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 15 นาทีจากที่พักจนมาถึงมหาวิทยาลัย

หากเลือกไปเรียนที่ Shanghai Jiao Tong University แล้วเกิดปัญหาที่ทำให้เรียนที่นั่นต่อไปไม่ได้ หลักสูตรจะมีทางออกให้นักศึกษาอย่างไร
กรณีที่นักศึกษาใน Plan B1 และ B2 ไม่สามารถเรียนที่ Shanghai Jiao Tong University ได้จนครบกำหนดเวลา 2 ปีนั้น นักศึกษาสามารถเทียบโอนรายวิชาขณะที่เรียนที่ SJTU และย้ายแผนการศึกษากลับมา Plan A ได้ โดยรายวิชาที่ขอเทียบโอนจะต้องเป็นรายวิชาที่หลักสูตรทำการเทียบเคียงไว้แล้วและนักศึกษามีผลประเมินจาก SJTU เรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้การเทียบโอนรายวิชาและการเปลี่ยนแผนการศึกษาต้องผ่านการพิจารณาจากกรรมการบริหารหลักสูตรด้วย

หลักสูตรมีการฝึกงานหรือไม่ ที่ไหนบ้าง

ในหลักสูตรนี้ยังไม่มีวิชาฝึกงาน เนื่องจากจำนวนหน่วยกิต และจำนวนรายวิชาตามโครงสร้าง ก็มีจำนวนมากพอสมควรแล้ว ทั้งนี้หากนักศึกษามีความประสงค์หรือสนใจที่จะฝึกงานในหน่วยงานที่นักศึกษาอยากจะเข้าไปศึกษาระบบการทำงานหรือได้รับประสบการณ์ ทางคณะศิลปศาสตร์สามารถออกหนังสือให้นักศึกษานำไปใช้ในการติดต่อเพื่อขอเข้าฝึกงานตามหน่วยงานต่าง ๆ ได้ รวมทั้งคณะศิลปศาสตร์เองก็มีข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีชื่อเสียงหลายหน่วยงาน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทางหน่วยกิจการนักศึกษาว่าคณะฯ มีข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการฝึกงานกับหน่วยงานใดบ้าง

เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาจากหลักสูตรนี้แล้วต้องการศึกษาต่อ สามารถเข้าศึกษาต่อในสาขาใดได้บ้าง

นอกจากจะศึกษาต่อในสาขาวิชาภาษาจีนแล้ว นักศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อในสาขาอื่นๆ ที่หลากหลายได้  สาขาใดที่ไม่ได้กำหนดคุณวุฒิระดับปริญญาตรีไว้เฉพาะเจาะจง ก็สามารถสมัครเรียนต่อได้ทั้งหมด อย่างเช่น คณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ หรือจะเป็นหลักสูตรที่ศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ภาษา เช่น หลักสูตรภาษาศาสตร์ประยุกต์ หลักสูตรภาษาศาสตร์ หลักสูตรการแปลและการล่าม  วรรณคดีเปรียบเทียบ เป็นต้น ทั้งนี้หลักสูตรที่เปิดรับสมัครเข้าเรียนต่อ จะมีการระบุคุณวุฒิระดับปริญญาตรีว่าสามารถรับสมัครผู้ที่จบจากหลักสูตรใดได้บ้าง

เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาแล้ว สามารถประกอบอาชีพใดได้บ้าง

อาชีพที่สามารถทำได้หลังจบการศึกษา จะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ภาษาจีนในการทำงาน เช่น สามารถทำงานเป็นนักแปล หรือล่าม ทำงานในองค์กรหรือสถาบันระดับนานาชาติ เช่น องค์การสหประชาชาติ กระทรวงการต่างประเทศ หรือในบริษัท หรือหน่วยงานที่ต้องการผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาจีนระดับสูง ตลอดจนสามารถทำงานเป็นผู้ประกอบการอิสระที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้ภาษาจีนในการประสานงาน หรือทำธุรกิจร่วมกับประเทศจีน หรือประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาจีน เช่น อาจจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น หรือใครที่ชอบสอน ก็สามารถเป็นติวเตอร์ได้ด้วย